แนะนำฝ้าเพดานที่ควรนำมาตกแต่ง


แนะนำฝ้าเพดานที่ควรนำมาตกแต่ง

แนะนำฝ้าเพดานที่ควรนำมาตกแต่ง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของอาคารที่สามารถออกแบบและตกแต่งเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่เหล่านั้นได้ room จึงมี 10 ไอเดียการตกแต่งฝ้าเพดานให้ แบบร้านกาแฟ ในฝันของคุณโดดเด่นน่าสนใจมาฝากกัน

01 | เปลือยฝ้าเพดานโชว์โครงสร้างและงานระบบ

แบบร้านกาแฟ RED DIAMOND CAFÉ ฝ้าเพดาน
RED DIAMOND CAFÉ

วิธีการเปลือยฝ้าเพดานเพื่อโชว์ร่องรอยความดิบเท่ยังคงเป็นที่นิยมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการโชว์ฝ้าเพดานเปลือยเปล่าที่เผยให้เห็นงานระบบภายในอาคาร เช่นไอเดียจาก RED DIAMOND CAFÉ คาเฟ่คอนกรีตเปลือยจับคู่กับเหล็กที่เผยผิวอันแท้จริง โปร่งโล่ง และไร้การปรุงแต่งแห่งนี้

02 | สร้างแพทเทิร์นด้วยพื้นไม้คละโทนสี

แบบร้านกาแฟ LUKA MOTO ฝ้าเพดาน
LUKA MOTO ออกแบบโดย พอดี ดีไซน์

ใครชอบวัสดุไม้ธรรมชาติ การเลือกปูพื้นชั้นลอยหรือพื้นชั้น 2 ด้วยไม้จริงเรียงต่อกันโดยคละโทนเข้มและอ่อนอย่างจงใจ ช่วยสร้างแพทเทิร์นที่สะดุดตา พร้อมให้บรรยากาศอบอุ่นปนเท่สไตล์ลอฟต์ได้ชัดมากขึ้น เช่นไอเดียจาก LUKA MOTO คาเฟ่ดิบเท่เอาใจสาวกไบเกอร์ผู้รักความเร็วแห่งนี้

03 | สร้างรูปทรงแปลกตาให้ฝ้าเพดาน

แบบร้านกาแฟ WONDERING CAFE & BAKESHOP ออกแบบโดย PHTAA Living design
WONDERING CAFE & BAKESHOP ออกแบบโดย PHTAA Living design

หากไม่ชอบฝ้าเพดานเปลือยเปล่า เรียบโล่ง การสร้างรูปทรงให้กับฝ้าเพดานด้วยวัสดุฝ้าเพดาน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกน่าสนใจ เช่นไอเดียจากร้าน WONDERING CAFE & BAKESHOP ที่นำเส้นโค้งมาเป็นองค์ประกอบหลักในพื้นผิวและวัสดุส่วนฝ้าเพดาน โดยทำจากยิปซัมดัดโค้งจัดวางต่อกันในลักษณะลอนลูกฟูก ไอเดียนี้ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้คาเฟ่ของคุณได้ดีไม่น้อย

04 | ประดับประดาด้วยงานประติมากรรม

แบบร้านกาแฟ IR-ON HOTEL ฝ้าเพดาน

IR-ON HOTEL ออกแบบโดย Hypothesis

ไอเดียจาก KURIOUS CAFE พื้นที่เชื่อมต่อส่วนล็อบบี้ชั้น 1 ของ IR-ON HOTEL ตกแต่งส่วนต้อนรับด้วยประติมากรรมเศษเหล็กในคอนเซ็ปต์ Hanging Cloud เชื่อมโยงกับฟาซาดเหล็กดัดด้านหน้า และสอดรับไปกับไอเดียการทุบโครงสร้างผนังและเพดานบางส่วนทิ้งเพื่อเปิดพื้นที่แบบดับเบิ้ลสเปซที่น่าสนใจระหว่างชั้นของอาคาร

05 | แขวนเพดานด้วยแชนเดอร์เลียแสนหรู

TREAT CAFÉ & HANGOUT
TREAT CAFÉ & HANGOUT

ไอเดียจาก TREAT CAFÉ & HANGOUT คาเฟ่ย่านประชาชื่นในบรรยากาศสุดอาร์ต นอกจากภายในจะโดดเด่นด้วยอาคารโครงสร้างคอนกรีตเปลือยผิว และการประดับงานศิลปะคละของตกแต่งจนดูมีชีวิตชีวา เพดานสูงโปร่งจากการทุบพื้นชั้น 2 ออกให้เหลือเพียงโครงสร้างเสา-คาน และแขวนประดับแชนเดอร์เลียสุดหรูเพื่อสร้างจุดนำสายตา ยังเป็นความขัดแย้งที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งบ้านหรู ๆ เราเชื่อว่าโคมไฟระย้าหรือแชนเดอเลียร์ (Chandelier) ต้องเป็นหนึ่งของตกแต่งบ้านในฝันแน่ ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาของแชนเดอเลียร์ก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เพราะขึ้นอยู่กับดีไซน์ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลายทีเดียว เอาเป็นว่ามีข้อมูลอะไรที่น่ารู้ก่อนซื้อแชนเดอเลียร์บ้าง แล้วต่างจากโคมไฟติดเพดานอย่างไร ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
แชนเดอเลียร์

แชนเดอเลียร์ (Chandelier) หรือ โคมระย้า เป็นของตกแต่งเพดาน ในอดีตเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นจากไม้ ใช้เทียนให้แสงสว่าง ซึ่งพบเห็นได้ตามโบสถ์ต่าง ๆ หรือบ้านของเหล่าเศรษฐี หลังจากนั้นดีไซน์ของแชนเดอเลียร์ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนรูปแบบและขนาด เพื่อให้เข้ากับบ้านสมัยใหม่และใช้กับหลอดไฟได้

แชนเดอเลียร์ โคมไฟแขวน แตกต่างกันอย่างไร

แม้ทั้ง 2 อย่างนี้จะใช้สำหรับตกแต่งเพดานเหมือนกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่ไม่น้อย ทั้งการติดตั้ง วัสดุ ดีไซน์ และราคา ดังนี้

– การติดตั้ง : โคมไฟแขวนใช้สายไฟ 1 เส้น ส่วนมากจะมีก้านห้อยโคมไฟเพียงก้านเดียว และใช้หลอดไฟไม่เกิน 2 หลอด ต่อชิ้น ส่วนแชนเดอเลียร์นั้นมีกิ่งไฟเยอะทำให้ใช้หลอดไฟมากกว่า

– วัสดุ : โคมไฟแขวนมีการผลิตจากหลายวัสดุ อาทิ แก้ว นิเกิล ทองแดง กระจกสเตนกลาส ( Stained Glass) ฯลฯ แต่แชนเดอเลียร์ส่วนใหญ่จะทำจากเหล็ก ทองแดง ครีสตัล หรือกระจก เท่านั้น เลยทำให้มีน้ำหนักมากกว่าโคมไฟแขวนนั่นเอง

– ดีไซน์ : ทั้งโคมไฟแขวนและแชนเดอเลียร์มีหลายดีไซน์ให้เลือก แต่โคมไฟแขวนมีดีไซน์ที่ทำให้ยืดหยุ่นการใช้งานได้มากกว่า เพราะเหมาะกับทุกห้องในบ้าน ในขณะที่ดีไซน์ของแชนเดอเลียร์นั้น ถูกออกแบบให้เข้ากับห้องรับประทานอาหารและห้องครัวมากกว่า

– ราคา : สำหรับราคาของโคมไฟแขวนก็มีให้เลือกหลายระดับ ตามวัสดุที่ใช้ผลิต ซึ่งค่อนข้างถูกกว่าแชนเดอเลียร์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าและใช้วัสดุในการผลิตที่แพงกว่า

อ่านต่อ: เคสตัวอย่างการทุบพื้นและผนังบางส่วนทิ้ง เพื่อเปิดพื้นที่ปิดทึบของอาคารเก่าให้ดูโปร่งสบาย

06 | ดร็อปฝ้าเพดานให้โดดเด่น

CUB House  ออกแบบโโดย PRIVATE SCALE
CUB House  ออกแบบโโดย PRIVATE SCALE

ไอเดียจาก CUB House เอกมัย ที่ตกแต่งให้มีบรรยากาศภายในร้านเป็นแบบ  American warehouse สร้างขอบเขตและความน่าสนใจให้สเปซในโซนคาเฟ่ด้วยการดร็อปฝ้าเพดานเหล็กฉลุลายลงมา เน้นพื้นที่ตั้งแต่ส่วนทางเข้านำสายตาเข้าสู่ด้านใน และวางโคมไฟสไตล์อินดัสเทรียลสร้างความรู้สึกแปลกตา

07 | แขวนประดับด้วยข้าวของเครื่องใช้

WALLFLOWERS CAFE
WALLFLOWERS CAFE ออกแบบโดยคุณณัฐพร สุริยะกำพล

ไอเดียจาก WALLFLOWERS CAFE คาเฟ่บรรยากาศดิบเท่สไตล์อินดัสเทรียล ที่เน้นการแขวนประดับอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไว้กับโครงสร้าง เพื่อสร้างบรรยากาศให้คาเฟ่ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

08 | สอดแทรกธรรมชาติด้วยกิ่งก้าน

WALLFLOWERS CAFE

WALLFLOWERS CAFE ออกแบบโดยคุณณัฐพร สุริยะกำพล

ยังคงเป็นไอเดียจาก WALLFLOWERS CAFE เช่นเดิม ที่นี่มีการนำกิ่งก้านของต้นไม้เข้ามาแขวนประดับเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ภายในอบอวลด้วยธรรมชาติ

09 | เติมความสดชื่นด้วยไม้ใบและต้นไม้ในร่ม

เต ทีเฮาส์
เต ทีเฮาส์

ไอเดียจาก THÉ TEA HOUSE (เต ทีเฮาส์) ร้านชาหอมกรุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ใน FN OUTLET การตกแต่งกลาสเฮ้าส์ของที่นี่มีการนำเฟิร์นเข้ามาประดับ เพื่อสร้างบรรยากาศชวนผ่อนคลายและเป็นการดึงธรรมชาติเข้ามาในอาคารด้วยในตัว

10 | กรองแสงและสร้างสีสันด้วยผ้า

BLUE CAFE ออกแบบโดยคุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง จาก Little Tree Landscape
BLUE CAFE ออกแบบโดยคุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง จาก Little Tree Landscape

สำหรับผู้อยากแต่งคาเฟ่เรือนกระจกตอบโจทย์คาเฟ่ในฝัน มีบรรยากาศโปร่งสบาย สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือผ้าคลุมหลังคาสำหรับกรองแสงและแต่งแต้มสีสันให้คาเฟ่ของคุณ เช่นไอเดียจาก BLUE CAFÉ คาเฟ่เรือนกระจกกลิ่นอายวินเทจล้อมด้วยสวนสวยสไตล์อังกฤษแห่งร้านวีที แหนมเนือง สาขาพัทยา ที่มีการนำผ้าแคนวาสสีขาวมาช่วยกรองแสงอาทิตย์รองจากหลังคาโปร่งแสงอีกหนึ่งชั้น

หรือกรณีที่อยากเพิ่มสีสันให้คาเฟ่ไม่เรียบเลี่ยนจนเกินไป การประดับผ้าสีคลุมฝ้าเพดานของคาเฟ่ก็สามารถสร้างมิติของโทนสีที่แตกต่างกันเมื่อแสงสว่างลอดผ่านผืนผ้าลงมาสู่พื้นได้อีกด้วย

สำหรับคาเฟ่ที่เปิดโปร่งด้วยหลังคาสกายไลท์ แนะนำให้เลือกชนิดของผ้าที่สามารถใช้งานได้ระยะยาว เช่น ผ้าเอ๊าต์ดอร์ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อแสงแดด สามารถกันของเหลวได้หลายประเภทในกรณีหากมีน้ำฝนที่อาจรั่วไหลลงมาได้